บริการซ่อมบำรุงอาคาร: เตรียมตัวอย่างไร ไม่ให้การต่อเติมซ่อมบ้านมีปัญหากวนใจ อยู่บ้านเก่ามานานแล้ว บางทีพื้นที่บ้านเก่าก็จำกัดเกินไปอยากจะต่อเติมห้อง และขยายตัวบ้านอีกสักหน่อย จะได้มีพื้นที่สำหรับใช้สอยมากขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ อยากจะทำก็ลุกมาต่อเติมเอาดื้อๆ เลยก็ไม่ได้นะ มีหลายสิ่งจริงๆ ที่ต้องทำก่อนการต่อเติมบ้าน เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดปัญหาได้ ทั้งความปลอดภัย ข้อกฎหมาย เป็นต้น

เราควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนต่อเติมบ้านบ้างนะ?

1. วัตถุประสงค์ในการต่อเติม

ก่อนอื่นต้องมีเป้าหมายเสียก่อนว่าเราจะต่อเติมเพื่อนำไปใช้อะไร ขยายเป็นห้องนอน ห้องทำงาน ห้องครัว ห้องเก็บของ จะได้บอกอธิบายกับช่างได้ ให้ช่างแนะนำว่าเหมาะที่จะต่อเติมไหม ต้องต่อเติมแบบไหน จะช่วยให้การวางแผนงานนั้นเป็นระเบียบดำเนินไปได้ อย่างสะดวกเรียบร้อยและไร้ปัญหาได้มากที่สุด

2. ขอคำปรึกษาจากผู้รับเหมาหรือสถาปนิก

ก่อนที่จะไปขออนุญาตต่อเติมที่อยู่อาศัยนั้นเราต้องมีแบบแปลนบ้านไปให้ทางเจ้าหน้าที่ดูด้วย การต่อเติมแบบไหนที่จะต้องมีการยื่นเอกสารเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณา โดยรวมแล้วมี 3 แบบหลักๆ คือ

มีการขยายพื้นที่ชั้นใดชั้น 1 ของอาคารมากกว่า 5 ตารางเมตร
มีการลดหรือเพิ่มจำนวนเสา คาน บันได และผนัง
มีการขยายหรือเปลี่ยนหลังคาให้มีพื้นที่ปกคลุมมากขึ้นกว่าเดิม

ส่วนใหญ่ช่างจะให้คำแนะนำ ตามขอบเขตของกฎหมายที่ทำเพิ่มเติมได้อยู่แล้ว เรื่องแบบนี้ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูและจัดการให้จะสบายใจกว่ากันมาก

3. มีการขออนุญาตก่อนให้เรียบร้อย

แม้ว่าเราอยากจะทำการต่อเติมที่อยู่อาศัยสักแค่ไหนแต่ก็คิดถึงแต่ฝั่งความต้องการของตัวเองไม่ได้ จะต้องคำนึงถึงผู้อื่นด้วยโดยเฉพาะเพื่อนข้างบ้าน ว่าการต่อเติมนั้นจะก่อปัญหาให้กับบ้านใกล้เรือนเคียงหรือเปล่า นอกจากการขออนุญาตจากทางราชการแล้วนั้น ก็ต้องแจ้งให้บ้านใกล้เรือนเคียงรับทราบด้วย และต้องได้รับการอนุญาตเพื่อที่จะได้ไม่เกิดการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างการก่อสร้างดำเนินการอยู่เอาได้ หากละเมิดทำการต่อเติมที่อยู่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว จะมีโทษถูกจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4. จัดจ้างผู้รับเหมา

ตั้งงบประมาณการการต่อเติมเอาไว้ในใจเลย เพราะการสร้างบ้านหรือต่อเติมนั้นงบประมาณมักจะบานปลายมากกว่าที่กำหนดไว้อยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรไม่ให้มีการใช้งบมากจนเกินควร ดังนั้นควรมีการกำหนดราคาเช็คราคาโดยประมาณเอาไว้ เพื่อดูว่าจะเพียงพอกับงบที่เราเตรียมเอาไว้หรือไม่ หากการเงินสะดุดก็ทำอะไรต่อไปได้ยากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อวัสดุ หรือว่าค่าจ้างทั้งสถาปนิก ผู้รับเหมา ช่าง และเช็คโดยการประกวดราคาว่าของที่ใดถูกใจเรามากที่สุดด้วย

สิ่งสำคัญที่สุดคือควรมีการสรุปผลการต่อเติมบ้านกับทางผู้รับเหมาให้เรียบร้อย จะได้เป็นประโยชน์ตอนที่จะต้องดำเนินการในช่วงการก่อสร้างด้วย หากสามารถสรุปได้ว่าจะต้องเริ่มทำอะไรตามลำดับขั้นแล้ว ก็จะไม่เกิดความสับสน และดำเนินการไปในทิศทางเดียวกันได้แบบที่เข้าใจตรงกันทุกฝ่าย กำหนดวันเริ่ม กำหนดวันจะแล้วเสร็จ เพื่อให้งานยืดยาวบานปลายจนเกินไป