สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองกว่างโจว ประเทศจีน ว่า ผลการศึกษาจากคณะนักวิจัยจีนเตือนความเสี่ยงกรณีการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผ่านละอองลอยในอากาศ (aerosol) ระหว่างอาคารสองหลังที่ตั้งอยู่ใกล้กัน

คณะนักวิจัยจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน (CDC) และเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ท้องถิ่นในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ร่วมดำเนินการตรวจสอบโดยอ้างอิงกรณีการติดเชื้อในท้องถิ่นที่มีรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมในกว่างตง พบผู้ป่วยยืนยันรายแรก (index case) และผู้สัมผัสใกล้ชิด (ซึ่งต่อมาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยจากต่างประเทศ) มีประวัติใช้เวลาอยู่ที่อาคารสองหลังของโรงพยาบาลกว่างโจวในเวลาเดียวกัน

นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโรคโควิด-19 สามารถแพร่ผ่านละอองลอย ทว่าการแพร่กระจายมักเกิดขึ้นในพื้นที่จำกัด สำหรับในกว่างตงอาคารที่ตั้งอยู่ชิดกันมากถูกเรียกขานว่า “อาคารจับมือ” หรือ “อาคารจูบ” โดยกรณีของโรงพยาบาลกว่างโจวนั้นอาคารทั้งสองหลังมีระยะห่างกันเพียง 50 เซนติเมตร และใช้เพดานภายนอกร่วมกัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างปิด

การจัดลำดับพันธุกรรมของเชื้อไวรัส บ่งชี้ว่า เชื้อไวรัสในผู้ป่วยทั้งสองกรณีมีต้นกำเนิดเดียวกัน โดยคณะผู้ตรวจสอบทางระบาดวิทยาคาดว่าอาจเป็นการแพร่ผ่านละอองลอยในอากาศ

คณะนักวิจัยจัดการจำลองภาคสนามเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีข้างต้น โดยใช้ไมโครสเฟียร์เรืองแสง อนุภาคทรงกลมที่เปล่งสีสดใสเมื่อถูกส่องด้วยแสงยูวีและแสดงการกระจายตัวของอนุภาคละอองลอยในอากาศ ซึ่งมีลักษณะอากาศพลศาสตร์คล้ายคลึงกับเชื้อไวรัสในพื้นที่ 6 จุดที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วยสองกรณีในอาคารสองหลัง